นอกจากการรับใช้ส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ชาวมอรมอนยังให้ความช่วยเหลืออย่างกว้างขวางเป็นระบบแก่พื้นที่เดือดร้อนด้วย ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายบริจาคเงินสดมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์และความช่วยเหลือด้านสิ่งของเครื่องใช้แก่ประเทศต่างๆ 167 ประเทศที่ต้องการความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมตั้งแต่เริ่มบันทึกในปี 1985 ศาสนจักรส่งเต็นท์ ผ้าใบกันน้ำ ผ้าอ้อม และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ ทางเครื่องบินไปยังพื้นที่ต่างๆ ของชิลีที่เกิดแผ่นดินไหวในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2010 เครื่องบินสองลำขนอาหารและเสบียงฉุกเฉินกว่า 80,000 ปอนด์ไปเฮติในเดือนมกราคม ค.ศ. 2010 เนื่องจากมหันตภัยแผ่นดินไหว องค์กรในท้องที่ ในประเทศ และระหว่างประเทศของศาสนจักรช่วยประสานงานบรรเทาทุกข์อย่างรวดเร็วเพื่อลำเลียงอาหาร เครื่องใช้จำเป็น และคนงานไปถึงมือผู้เดือดร้อนมากที่สุด
ศาสนจักรไม่เลือกปฏิบัติตามศาสนา เชื้อชาติ หรือสัญชาติ เราให้ความหวังและพลังแก่ชีวิตซึ่งอยู่เหนือโรคภัย ความยากจน และความสิ้นหวัง ทั้งหมดในแผนของพระผู้เป็นเจ้าคือให้เราแต่ละคนแบกภาระของกันและกันและทำหน้าที่เป็นพระหัตถ์ของพระองค์บนแผ่นดินโลก โปรแกรมสวัสดิการของศาสนจักรช่วยคนตกทุกข์ได้ยากในท้องที่โดยให้ความช่วยเหลือชั่วคราวในรูปของอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และการจ้างงาน โดยให้ผู้รับมีโอกาสทำงานแลกความช่วยเหลือหากอยู่ในวิสัยที่ทำได้
การตอบรับภาวะฉุกเฉิน
แต่ละปี ชายหญิงและเด็กหลายล้านคนได้รับผลกระทบจากสงคราม อุทกภัย แผ่นดินไหว ทอร์นาโด เฮอริเคน และภัยพิบัติอื่นๆ ในสภาพสิ้นหวังเหล่านี้ การรับมือโดยเร็วมักส่งผลระหว่างความเป็นกับความตาย
เพราะการเตรียมพร้อมดังกล่าวศาสนจักรจึงสามารถตอบรับได้ทันทีในภาวะฉุกเฉิน นอกจากจัดหาสิ่งของให้แล้ว ศาสนจักรยังช่วยเหลือด้านเงินทุนและอาสาสมัครด้วย
การดูแลการกู้ชีพเด็กแรกเกิด
10 เปอร์เซ็นต์ของทารกแรกเกิดมีปัญหาเรื่องการหายใจตอนเกิดและต้องได้รับความช่วยเหลือบางอย่าง ด้วยการอบรมที่ถูกต้องและอุปกรณ์ขนาดเล็กสามารถหลีกเลี่ยงการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดจำนวนมากเนื่องด้วยปัญหาการหายใจ ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายทำงานกับองค์กรอนามัยในประเทศและกระทรวงสาธารณสุขจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพื่อระบุพื้นที่ซึ่งต้องรับการอบรมเรื่องการกู้ชีพเด็กแรกเกิดมากที่สุด จากนั้นศาสนจักรจึงส่งแพทย์และพยาบาลอาสาไปสอนผู้ดูแลเด็กแรกเกิดในพื้นที่ดังกล่าว แล้วให้บุคลากรเหล่านั้นไปอบรมคนอื่นต่อ เท่าที่ทราบจากข้อมูล ผู้ดูแลเด็กแรกเกิดเข้ารับการอบรมแล้วประมาณ 80,000 กว่าคน
โรคหัด
คริสต์ศักราช 2001 สภากาชาดอเมริกา องค์การอนามัยโลกของสหประชาชาติ ยูนิเซฟ มูลนิธิยูเอ็น และศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐร่วมมือกันก่อตั้งโครงการโรคหัดขึ้น เป้าหมายของโครงการคือเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตทั่วโลกจากโรคหัด 90 % ภายในปี 2010—ลดลงจากผู้เสียชีวิตทั้งหมด 873,000 รายทั่วโลกในปี 1999 คริสต์ศักราช 2003 ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายร่วมกับโครงการโรคหัดและมอบเงินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์เพื่อสนับสนุนการรณรงค์ อีกทั้งมีส่วนในการระดมความช่วยเหลือทางสังคมซึ่งสำคัญต่อความสำเร็จของการรณรงค์แต่ละครั้ง บทเพลงประทับใจที่แต่งโดยเยาวชนมอรมอนคนหนึ่งในช่วงเข้าร่วมการรณรงค์โรคหัดของศาสนจักรที่มาดากัสการ์ มีผู้แปลเนื้อร้องและนำไปถ่ายทอดถึง 28 ภาษาทางสถานีวิทยุหลายสิบแห่งในการรณรงค์ครั้งต่อๆ มา ตั้งแต่ ค.ศ. 2004 ถึง ค.ศ. 2008 สมาชิกศาสนจักร 59,596 คนใน 32 ประเทศอาสาเกลี้ยกล่อมชาวบ้านและช่วยทำงานที่หน่วยฉีดวัคซีน ราวเดือนมกราคม ค.ศ. 2007 อัตราการเสียชีวิตจากโรคหัดทั่วโลกลดลง 60%
น้ำสะอาด
โครงการน้ำสะอาดของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายพยายามปรับปรุงสุขภาพของชุมชนโดยจัดหาแหล่งน้ำสะอาดถาวรให้ แหล่งน้ำเหล่านี้ได้แก่บ่อน้ำ (หรือบ่อบาดาล) ที่เก็บน้ำและระบบจ่ายน้ำ และระบบกรองน้ำ ขึ้นอยู่กับความต้องการและสภาวการณ์ในท้องถิ่น ตั้งแต่ ค.ศ. 2002 ศาสนจักรช่วยให้ประชากรห้าล้านคนในชุมชนกว่า 4,500 แห่งมีแหล่งน้ำสะอาดใช้ โครงการน้ำสะอาดเหล่านี้มีความยั่งยืนระยะยาวเพราะชุมชนมีส่วนในการวางแผนและนำมาปฏิบัติ ตลอดจนจัดหาแรงงานส่วนใหญ่ ตัวแทนชุมชนได้รับการอบรมเรื่องการบำรุงรักษาระบบก่อนโครงการแล้วเสร็จ
การรักษาสายตา
วัตถุประสงค์ของโปรแกรมการดูแลสายตาของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายคือเพิ่มประสิทธิภาพการบริการด้านการดูแลรักษาตาให้คนยากจนโดยจัดการอบรมด้านเทคนิคที่จำเป็น อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และการสนับสนุนอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาตาในท้องที่และโปรแกรมต่างๆ ศาสนจักรช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญการดูแลรักษาตาในท้องที่และโปรแกรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนกว่า 180,000 คนตั้งแต่ปี 2003 โดยใช้จักษุแพทย์อาสาที่สละเวลามาช่วยงานนี้
เก้าอี้เข็น
ประชากรมากเท่ากับ 100 ล้านคนทั่วโลกอาจต้องการเก้าอี้เข็นแต่เพียงหนึ่งในร้อยเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ เพื่อให้ไปไหนมาไหนได้ผู้ทุพพลภาพมักอาศัยครอบครัวและเพื่อนๆ พาไป การออกจากบ้านจึงทำได้ยากยิ่งนัก การไปโรงเรียนหรือไปทำงานอาจเป็นความฝันที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้ เพื่อช่วยในเรื่องนี้ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายจึงร่วมมือกับองค์กรต่างๆ ในชุมชนที่กำลังช่วยเหลือผู้ทุพพลภาพ ผู้ร่วมโครงการในท้องที่ประเมินผู้รับ แนะนำอุปกรณ์ และติดตามผลพร้อมการบำบัดและช่วยเหลือ ศาสนจักรบริจาคเก้าอี้เข็น ไม้เท้า อุปกรณ์ช่วยเดิน เบาะ และอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ– บางครั้งซื้อจากโรงงานในท้องถิ่น ทีมนักบำบัดจะให้การอบรมด้านเทคนิคเพิ่มเติมแก่ผู้ร่วมโครงการเมื่อร้องขอ ตั้งแต่ค.ศ. 2001 ศาสนจักรแจกจ่ายเก้าอี้เข็นไปแล้วกว่า 300,000 คันใน 101 ประเทศ