การเป็นคนใจกว้างและไม่ตัดสินสามารถเป็นคุณลักษณะอันดีได้ ซึ่งสงวนสิทธิ์ให้ทุกคนได้เลือกด้วยตนเอง แต่การไม่ทำอะไรเลยเป็นการเลือกในตัวมันเองและไม่ใช่การเลือกที่ดีเลย การปล่อยให้คนอื่น สังคม หรือสถาบันการเมืองตัดสินใจก็ไม่ใช่การเลือกที่ดี ตัวอย่างเช่น เพียงเพราะภาพยนตร์หลายเรื่องแสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ก่อนแต่งงานเป็นเรื่องที่ยอมรับได้เต็มที่ ก็ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ อุปนิสัยของเราจะพัฒนาและได้รับการขัดเกลาเมื่อเราเลือกบนพื้นฐานของสิทธิ์ทางศีลธรรม แม้ปัญญาโลกจะมีกล่าวไว้อย่างไร แต่มีถูกและผิดจริงๆ ในโลก ความจริงไม่ใช่สัจธรรมเฉพาะกาลและบาปไม่ได้เป็นเพียง “ตัวตัดสินคุณค่า” ของคนเขลาบางคน
ไม่นานมานี้ เจมส์ อี. เฟาสท์จากฝ่ายประธานสูงสุดของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายเล่าเรื่องหนึ่งสมัยท่านเป็นทหารวัยหนุ่มในสงครามโลกครั้งที่สอง คณะกรรมการ “ทหารชำนาญศึก” กำลังสัมภาษณ์ท่านเข้าโรงเรียนนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน พวกเขาถามท่านว่าท่านไม่เชื่อใช่ไหมว่าควรลดหย่อนมาตรฐานทางศีลธรรมในช่วงสงครามเนื่องด้วยความตึงเครียดของการสู้รบ ประธานเฟาสท์รู้สึกพวกเขากำลังชี้นำว่าควรมีการลดหย่อน และจะดูว่าท่านอยากได้คะแนนโดยคล้อยตามความคิดนั้นหรือไม่ ในที่สุดท่านตอบเพียงว่า “ผมไม่เชื่อว่ามีมาตรฐานศีลธรรมสองมาตรฐาน” พวกเขารับท่านเข้าเรียนในที่สุด อาจเป็นเพราะความตั้งใจแน่วแน่ของท่านที่จะทำสิ่งถูกต้องเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แม้จะทำได้ยากก็ตาม
มักจะมีผู้ถามหนุ่มสาวโสดชาวมอรมอนทำนองนี้ “เป็นไปได้อย่างไรที่คุณไม่เคยนอนกับใคร! คุณไม่อยากทำอย่างนั้นหรือ” หญิงสาวคนหนึ่งตอบว่าความอยากจะทำเช่นนั้นอยู่นอกประเด็นอย่างที่สุด “ความต้องการเพียงอย่างเดียวยากจะเป็นแนวทางที่ถูกต้องสำหรับความประพฤติตามหลักศีลธรรม” บิดามารดาที่มีลูกเล็กอาจจะอยากนอนหลับหลังหกโมงเช้าและปล่อยให้ลูกๆ ดูแลตนเองหรือทิ้งงานเพื่อบางอย่างที่สนุกกว่า บิดามารดาที่รับผิดชอบเลือกทำการเสียสละทุกอย่าง การเลือกทำสิ่งถูกต้องเรียกร้องวินัย เรื่องแปลกคือยิ่งเรามีวินัยมากและยิ่งการเลือกของเราชอบธรรมมากเท่าใด เรายิ่งมีเสรีภาพมากเท่านั้น บาปจำกัดการเลือกในอนาคตของเรา ยาเสพติด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การนอกใจกลายเป็นการเสพติดอย่างรวดเร็วที่สลัดหลุดได้ยากมาก การเสพติดกลายเป็นนายและเราเป็นทาสของมัน การใช้เสรีภาพในทางที่ผิดมักทำให้เราขยับไปทางไหนไม่ได้